เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์

เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์

สำหรับเราทุกๆคนการทำงานและการเรียนนั้นถือเป็นสิ่งที่ต้องการการพักผ่อนและผ่อนคลายในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายๆคนเลือกที่จะใช้วันหยุดอยู่กับบ้าน แต่สำหรับใครที่รักการท่องเที่ยวและต้องการเดินทางหาความสุขไปกับการท่องเที่ยวโดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด เพียงหนึ่งวันก็สามารถเที่ยวได้ เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ขอแนะนำจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีพิกัดอยู่ใกล้กับกรุงเทพมากใช้เวลาขับรถราวๆ 1 ชม.เท่านั้น แต่ถึงแม้จะใกล้กรุงเทพแค่เพียงเอื้อมแต่ที่นี่ก็ยังมี สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย รอให้ทุกคนมาสัมผัส เรามาดูกันว่าภายในเวลา 1 วันเราสามารถไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดสุพรรณบุรีกันบ้าง เรามาดูตารางเวลาภายในหนึ่งวันกับ วันเดย์ทริปสุพรรณบุรีกัน #เสี่ยฟลุ๊ค #เกียรติศักดิ์ #สุพรรณบุรี

เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ ชวนมาเที่ยวชลบุรี มาครั้งเดียวเที่ยวไม่หมด Travel Mawin

เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ ชวนมาเที่ยวชลบุรี เมืองเที่ยวใกล้ๆ มาครั้งเดียวเที่ยวไม่หมด เพราะเป็นจังหวัดที่มีจุดท่องเที่ยวเยอะ ทั้ง พัทยา บางละมุง สัตหีบ ศรีราชา ในตัวเมืองชลบุรี เรียกได้ว่า มาเที่ยวได้เรื่อยๆ เพราะมีที่สำหรับเที่ยว และที่กิน เยอะแยะเหลือเกิน และเป็นจังหวัดที่ให้มาเที่ยวกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ นึกไม่ออกสตาร์ทรถมาชลบุรีทุกทีไป #เสี่ยฟลุ๊ค #ชลบุรี #ไฮโซฟลุ๊ค #เกียรติศักดิ์ #เจริญสุข #mawin

สุพรรณบุรี ฟังภาษาถิ่น สัมผัสวิถีชีวิต …ไปด้วยกันกับฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข

เกียรติศักดิ์ เจริญสุข วาฬเกยตื้น
เกียรติศักดิ์ เจริญสุข วาฬเกยตื้น
Family เกียรติศักดิ์ เจริญสุข
Family เกียรติศักดิ์ เจริญสุข

สำหรับเราทุกๆคนการทำงานและการเรียนนั้นถือเป็นสิ่งที่ต้องการการพักผ่อนและผ่อนคลายในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายๆคนเลือกที่จะใช้วันหยุดอยู่กับบ้าน

แต่สำหรับใครที่รักการท่องเที่ยวและต้องการเดินทางหาความสุขไปกับการท่องเที่ยวโดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด เพียงหนึ่งวันก็สามารถเที่ยวได้ ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ขอแนะนำจังหวัดสุพรรณบุรี

ที่มีพิกัดอยู่ใกล้กับกรุงเทพมากใช้เวลาขับรถราวๆ 1 ชม.เท่านั้น แต่ถึงแม้จะใกล้กรุงเทพแค่เพียงเอื้อมแต่ที่นี่ก็ยังมี สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย รอให้ทุกคนมาสัมผัส

เรามาดูกันว่าภายในเวลา 1 วันเราสามารถไปเที่ยวที่ไหนในจังหวัดสุพรรณบุรีกันบ้าง เรามาดูตารางเวลาภายในหนึ่งวันกับ วันเดย์ทริปสุพรรณบุรีกัน

เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ ,
เสี่ยฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ , เกียรติศักดิ์ เจริญสุข

8.30 น. ศาลหลักเมือง-หมู่บ้านมังกรสวรรค์

เริ่มต้นฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข พามานมัสการศาลหลักเมืองประจำเมืองสุพรรณบุรีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนการเดินทางต่อ รวมถึงแวะชมหมู่บ้านมังกรสวรรค์ที่ถูกตกแต่งในสไตล์จีน

และมีแลนด์มาร์คสำคัญประจำเมืองสุพรรณบุรีนั่นก็คือสถาปัตยกรรมมังกรสวรรค์อันยิ่งใหญ่อลังการนั่นเอง

ดูการท่องเที่ยวอื่นของฟลุ๊คได้ที่ https://maggang.com/profile/18938

9.30 น. สวนอินทผาลัม

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นก็มีสวนอินทผาลัมด้วย ซึ่งฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข แนะนำที่นี่ก็ถือได้ว่าเป็นสวนรายใหญ่ที่ปลูกอินทผาลัมออกสู่ท้องตลาดเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย

ทุกคนสามารถแวะชิมและเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์จากผลอินทผาลัมได้ นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมสวนอินทผาลัม สวนมะนาว และสวนกล้วย ที่ถูกจัดสรรเนื้อที่ในการปลูกและการทำการเกษตร

ไว้อย่างมีระเบียบแบบแผนและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถไปชมเพื่อศึกษาแนวทางไปใช้กับธุรกิจของตนเองได้

วิวดี อากาศดีมาก
วิวดี อากาศดีมาก

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นก็มีสวนอินทผาลัมด้วย ซึ่งฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข แนะนำที่นี่ก็ถือได้ว่าเป็นสวนรายใหญ่ที่ปลูกอินทผาลัมออกสู่ท้องตลาดเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย

ทุกคนสามารถแวะชิมและเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์จากผลอินทผาลัมได้ นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมสวนอินทผาลัม สวนมะนาว และสวนกล้วย ที่ถูกจัดสรรเนื้อที่ในการปลูกและการทำการเกษตร

ไว้อย่างมีระเบียบแบบแผนและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถไปชมเพื่อศึกษาแนวทางไปใช้กับธุรกิจของตนเองได้

11.00 น. ตลาด 100 ปีสามชุก

ในช่วงเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการมาเดินหาของกินแสนอร่อยนนมโบราณที่หาทานยาก และมาซึมซับความคลาสสิค ณ ตลาดสามชุกอีกแล้ว ตลาดที่นี่เปิดให้บริการมากว่า 100 ปีเลยทีเดียว

สินค้าที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่นมีความเป็นเอกลักษณ์และไม่ตามกระแสสังคม ใครที่ชอบเสพความโบราณ ความคลาสสิค และชอบ อาหารอร่อยๆหาทานยาก อย่างเช่น น้ำอัดลมโบราณ กาละแมสูตรสามชุก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นยักษ์

ต้องห้ามพลาดที่จะมาแวะชิมอาหาร แวะช็อปปิ้งสินค้า รวมถึง แชะถ่ายภาพกันที่ตลาดแห่งนี้

13.00 น. ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียไช้)

ที่นี่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ของชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงเป็นต้นแบบการทำนาที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ทุ่งนาสีเขียวขจีทั่วท้องทุ่ง เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจอย่างมาก

หากใครพอมีเวลาฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข แนะนำให้ลองใช้บริการนั่งรถรางชมทุ่งนาท่านจะได้พบกับเทคโนโลยีการปลูกข้าวและการเก็บเกี่ยว รวมทั้งกระบวนการผลิตข้าว ตั้งแต่ต้นจนออกมาเป็นข้าวให้พวกเราได้ทานเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ถึงความยากลำบากของชาวนาในบางเรื่องทำให้เกิดความสำนึกรักและเทิดทูนกระดูกสันหลังของชาติ อีกทั้งที่นี่ยังมี ร้านกาแฟแสนอร่อย และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของ นาเฮียไช้ ไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วย

เกียรติศักดิ์ เจริญสุข มาวินเบท
เกียรติศักดิ์ เจริญสุข มาวินเบท

14.00 น. วัดป่าเลไลยก์

ไหว้พระขอพร
ไหว้พระขอพร

วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีประวัติความเป็นมามาอย่างยาวนาน สันนิษฐานว่ามีอายุราว 1200 ปี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี

ที่นี่มีไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบนั่นคือประติมากรรมฝาผนังเรื่องขุนช้างขุนแผน วรรณคดีประจำเมืองสุพรรณ โดยเป็นศิลปะที่ประณีตวิจิตรตระการตาอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีองค์พระประธานศักสิทธิ์ นั่นคือหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ เป็นสิ่งศักสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสุพรรณบุรี ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุขชอบมาก

เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ปฎิบัติการ วาฬเกยตื้น
เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ปฎิบัติการ วาฬเกยตื้น

15.00 น. บึงฉวาก

ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข แนะนำที่ต่อไปคือบึงฉวากเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร โดยแบ่งโซนจัดแสดงเป็น 2 โซน นั่นคือโซนสวนสัตว์

โซน จัดแสดงสัตว์ป่านานาพรรณ ทั้ง เสือ สิงโต และนกหายากต่างๆ ส่วนอีกโซนหนึ่งซึ่งเป็นไฮไลท์ของบึงฉวากนั่นก็คือโซนสัตว์น้ำ ที่มีทั้งบ่อจระเข้ และอุโมงค์ใต้น้ำ ที่จัดแสดงพันธุ์ปลาหายากมากมาย

ทั้งปลาฉลามทราย ฉลามเสือดาว ฉลามครีบดำ เป็นต้น เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆรวมถึงผู้ใหญ่หลายๆท่านสำหรับบึงฉวากแห่งนี้

16.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และแวะซื้อของฝาก

ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพ พร้อมแวะซื้อของฝากระหว่างทาง ซึ่งของขึ้นชื่อของที่นี่ก็หนีไม่พ้นขนมสาลี่แสนนุ่มๆหอมๆอร่อยๆ รวมถึงขนมไทยต่างๆที่มีขายอยู่มากมายในร้านขายของฝากเมืองสุพรรณ

จบทริป 1 วัน ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ชาร์ตแบตตัวเองได้อย่างเต็มที่พร้อมออกไปสู้กับวันใหม่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข เพียงเวลาแค่วันเดียวคุณก็สามารถเที่ยวได้ทั่วทั้งเมืองสุพรรณเลยทีเดียว ใครจะนำโปรแกรมนี้ไปปรับเปลี่ยน ใส่ที่เที่ยวที่ตนเองชอบ

ก็ทำได้ เพียงแค่นี้วันหยุดของคุณก็จะกลายเป็นวันพิเศษได้เสมอเพียงวันเดียว

เกียรติศักดิ์ เจริญสุข บช.ก.เปิดงานใหญ่
เกียรติศักดิ์ เจริญสุข บช.ก.เปิดงานใหญ่

พังงา เมืองที่น่าเที่ยว มีเวลาหนึ่งวันก็ปังได้กับเกียรติศักดิ์ เจริญสุข

สวัสดีครับ ผมฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว“พังงา” ดินแดนแห่งป่าเกาะที่เต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์ซุกซ่อนไว้ให้ไปค้นพบแบบไม่รู้จบ บางคนบอกไปพังงาต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ถ้าเธอมีใจแล้วแต่ยังไม่มีเวลา มาลองดูรีวิวนี้เป็นไอเดีย ฟลุ๊คจะพาไปเที่ยวพังงาแบบรู้ไปเลยว่า เที่ยวพังงา มีเวลาแค่หนึ่งวันก็ปังได้!

เกียรติศักดิ์ เจริญสุขกับแฟน
เกียรติศักดิ์ เจริญสุขกับแฟน

การเดินทางไปพังงากับเกียรติศักดิ์ เจริญสุข

ก่อนจะไปถึงพังงา ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินภูเก็ตเสียก่อน เพราะปัจจุบันจังหวัดพังงายังไม่มีสนามบินเป็นของตัวเองนะ ได้ข่าวแว่วมาว่ากำลังเตรียมสร้างกันอยู่ คิดว่าอีกไม่นาน เราคงสามารถบินตรงไปลงพังงาได้เลย แม้ตอนนี้อาจจะต้องเสียเวลาต่อรถจากภูเก็ต แต่ก็ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง (แทบจะเท่ากับเวลาที่ต้องเดินทางจากสนามบินภูเก็ตเข้าตัวเมืองภูเก็ตเลย) ที่สำคัญ ไฟลท์บินไปภูเก็ตยังมีให้เลือกเยอะมาก เรียกว่ามีให้เลือกบินแทบทุกเวลา สะดวกเช้า สาย บ่าย เย็น มีให้เลือกหมด

Street Art ณ ตลาดเก่าเมืองตะกั่วป่ากับเกียรติศักดิ์ เจริญสุข

ตื่นเช้าบุกเข้าเมืองเก่าไปสัมผัสเรื่องเล่าของเมืองตะกั่วป่าผ่านผลงานศิลปะ Street Art ที่ฉาบด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจังหวัดพังงาเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ผ่านไปเรียนรู้ รวมถึงถ่ายรูปชิคๆ กับมุมอาร์ตๆ ที่ซุกซ่อนไว้อยู่หลายมุม พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวตะกั่วป่า เดินชมสถาปัตยกรรมบ้านเมืองที่แทบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรก็เท่และให้อารมณ์วินเทจสุดๆ ไปเลย

พังงา-กระบี่
พังงา-กระบี่

ย่ำทรายสีดำที่ “หาดนางทอง” กับเกียรติศักดิ์ เจริญสุข

ที่ต่อไปที่ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุข อยากจะพาไปไม่ต้องไปไกลถึงบาหลี ที่เมืองไทยของเราก็มี “หาดทรายสีดำ” อยู่ที่จังหวัดพังงา ณ หาดนางทอง นี่เองจ้า แต่ก็ต้องอาศัยโชคพอสมควรเลยนะ ถึงจะได้สัมผัสกับทรายสีดำ เพราะบางวันก็ดำ บางวันก็ไม่ดำ ขึ้นอยู่กับจำนวนของขี้แร่ที่จะพัดขึ้นมากับน้ำทะเล สะท้อนถึงเรื่องราวของตะกั่วป่าในอดีตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตะกั่วป่านั้นเคยเป็นเมืองเหมืองแร่มาก่อนนั่นเอง

ใครผ่านมาแถวหาดนางทองแล้วเจอทรายสีดำก็อย่าได้แปลกใจ มันไม่ได้สกปรกแต่อย่างใด กลับกัน ยิ่งถ้ามาในช่วงปลายปีและวันไหนแดดดี แสงแดดก็จะสะท้อนหาดทรายสีดำนี้จนเกิดประกายคล้ายเพชรระยิบระยับสวยงามน่าประทับใจมากทีเดียวเชียว
ใครผ่านมาแถวหาดนางทองแล้วเจอทรายสีดำก็อย่าได้แปลกใจ มันไม่ได้สกปรกแต่อย่างใด กลับกัน ยิ่งถ้ามาในช่วงปลายปีและวันไหนแดดดี แสงแดดก็จะสะท้อนหาดทรายสีดำนี้จนเกิดประกายคล้ายเพชรระยิบระยับสวยงามน่าประทับใจมากทีเดียวเชียว

ชมภาพการท่องเที่ยวอื่น ของเกียรติศักดิ์ เจริญสุข ได้ที่ https://ibb.co/album/1YLKNz

จิบกาแฟราคาหลักร้อย มองวิวหลักล้านที่ “เสม็ดนางชี”

พูดถึงพังงาคงไม่มีใครไม่รู้จัก “เสม็ดนางชี” เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ชอบมากมีจุดชมวิวอันแสนโด่งดังและเป็นภาพจำของพังงา สามารถมองเห็นอ่าวพังงาได้แบบพาโนรามาสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว โดยจุดชมวิวเสม็ดนางชีนั้นไม่ได้มีอยู่แค่จุดเดียว แต่จุดที่ฮิตและเป็นที่รู้จักก็คือ “Sametnangshe Boutique” ซึ่งเป็นทั้งคาเฟ่และที่พักชื่อดังที่เห็นผ่านตาบ่อยๆ ตามโซเชียลนั่นเองจ้า

ส่วนตัวเรายังไม่เคยไปพัก แต่ไปนั่งชิลบนคาเฟ่มาค่ะ ที่นี่ต้องจอดรถเอาไว้ที่ลานจอดรถด้านล่าง แล้วก็นั่งรถกระบะต่อขึ้นไปด้านบน ส่วนบรรยากาศและวิวด้านบนนั้นคงไม่ต้องบรรยายมาก ยกให้เป็นหนึ่งในวิวอันซีนที่สวยที่สุดของประเทศไทยเลย!
ส่วนตัวเรายังไม่เคยไปพัก แต่ไปนั่งชิลบนคาเฟ่มาค่ะ ที่นี่ต้องจอดรถเอาไว้ที่ลานจอดรถด้านล่าง แล้วก็นั่งรถกระบะต่อขึ้นไปด้านบน ส่วนบรรยากาศและวิวด้านบนนั้นคงไม่ต้องบรรยายมาก ยกให้เป็นหนึ่งในวิวอันซีนที่สวยที่สุดของประเทศไทยเลย!
บรรยากาศดีมาก
บรรยากาศดีมาก

ถ่ายรูปแสงสุดท้าย ณ สะพานไม้เก่าหาดเขาปิหลาย กับเกียรติศักดิ์ เจริญสุข

ใครที่เป็นสายถ่ายภาพ ชอบแชะรูป โดยเฉพาะภาพแลนด์สเคป คิดว่าคงรู้จัก “สะพานไม้เก่าหาดเขาปิหลาย” กันเป็นอย่างดี เพราะสะพานไม้เก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งเดิมเคยเป็นจุดขึ้น – ลงเรือของชาวประมง สมัยที่ยังมีการทำเหมืองแร่ ปัจจุบันได้กลายมาเป็นอีกจุดถ่ายรูปยอดฮิตของช่างภาพ รวมถึงเป็นมุมยอดฮิตในการถ่ายพรีเวดดิ้งด้วย ถึงแม้เค้าโครงของสะพานจะพุพังไปตามกาลเวลา แต่เพราะบรรยากาศแสงสุดท้ายยามเย็นของที่นี่นั้นยังคงดีต่อใจ ทำให้หาดเขาปิหลายกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา

มุมอาร์ตๆ สถานที่เที่ยวเยอะมากครับ
มุมอาร์ตๆ สถานที่เที่ยวเยอะมากครับ

 

#เกียรติศักดิ์ เจริญสุข แฟน

เที่ยวเมืองเพชรบุรี ยังไงให้สนุกและคุ้มที่สุด

สวัสดีครับ วันนี้ ฟลุ๊ค เกียรติศักดิ์ เจริญสุขก็จะมารีวิวแหล่งท่องเที่ยงใกล้กทม. ที่น่าสนใจ ด้วยการท่องเที่ยงแค่วันเดียว

นึกถึงเส้นทางท่องเที่ยวของเมืองเพชรบุรี ที่ไม่ใช่หาดชะอำ เขาวัง วัดถ้ำเขาหลวง หาดเจ้าสำราญ ฟาร์มแกะ ฟลุ๊ค ก็นึกถึงอะไรได้อีกบ้าง ที่บ่งบอกได้ถึงความเป็นเพชรบุรี ยังมี สวนตาล ทุ่งนา นาเกลือ อาหารทะเลสดราคาไม่แพง ขนมหวานเลิศรส สิ่งเหล่านี้อยู่เคียงคู่กับเพชรบุรีมาเนิ่นนาน ที่อยากให้ลองมาสัมผัสความเป็นเพชรบุรีสไตล์ ฉบับบ้านๆ แถวบางตะบูน บ้านแหลม และในโซนเลียบอำเภอเมือง ที่รับรองว่า 1 วัน ที่ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยหล่อ ออกจากบ้านนั้น จะได้กิน ได้เที่ยว ถ่ายรูป แบบ อิ่มใจ อิ่มท้อง ได้กลับบ้าน แบบ Have fun ไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน

ไปเที่ยววันนี้ ดันเจอคนดังเฉย
ไปเที่ยววันนี้ ดันเจอคนดังเฉย

10.00 น. ครัวทศพล

ฟลุ๊ค เริ่มออกเดินทางจากรุงเทพประมาณ 8 โมงกว่า มาทางถนนเส้นพระราม 2 เข้าสู่ถนนเรียบชายทะเล บางตะบูน บ้านแหลม เดินทางมาแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรมาทั้งสิ้น จุดหมายแรกในเส้นทางนี้ ต้องอิ่มท้องกันก่อน รีบมุ่งหน้าไปยังร้านครัวทศพล บางตะบูน ร้านอยู่ก่อนถึงสะพานบางตะบูนมาพอสมควร ตั้งการเดินทางด้วย google maps ได้เลย ร้านนี้เป็นร้านประจำในย่านบางตะบูน มาทีไรก็จะแวะทานตลอด เพราะแอบติดใจปูม้านึ่งและน้ำจิ้มซีฟู้ด รวมทั้งอาหารอื่นก็รสชาติดี ปริมาณเยอะ ในราคาไม่แพงมาก ทานตั้งแต่ร้านเปิดใหม่เป็นร้านเล็กๆ จนตอนนี้ขยายพื้นที่ใหญ่โตแล้ว

เมนูที่ขาดไม่ได้ คือ ปูม้านึ่งเนื้อแน่นแกะมาอย่างดีราคากิโลละ 680 บาท ราคาจะมีขึ้นลงตามช่วงเวลาแล้วแต่ว่าจะหาได้มากน้อย เคยมาทานกิโลละ 800 ก็มีค่ะ เป็นช่วงที่ปูน้อย ตัวใหญ่เนื้อแน่น ปริมาณเยอะ ทานกัน 3 คน เกินพอ ส่วนเมนูอื่นมี หอยแครงลวกตัวใหญ่กำลังดี ลวกมาพอสุก ข้าวผัดปูจานกลางที่ให้เนื้อปูมาเต็ม แกงกะทิใบชะครามหอยหลอด กุ้งผัดพริกเกลือ หมึกไข่ทอดกรเทียม ปูไข่ดองที่ไข่มาเต็มมาก

11.30 น. เรือเภตรานิพพานัง

ขับรถผ่านเส้นบางตะบูน บ้านแหลม ฟลุ๊ค จะผ่านวัดนี้บ่อยมาก ทุกครั้งก็จะสะดุดตากับอุโบสถรูปเรือเภตรานิภานัง แต่ไม่มีโอกาสได้แวะ ครั้งนี้ตั้งใจมากใส่เป็นจุดหมายหลัก ว่าต้องแวะสักที วิหารเรือเภตรานิพพานัง ตั้งโดดเด่นริมถนน ในบริเวณวัดนอกปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นวิหารรูปทรงเรือสำเภาขนาดใหญ่มีความแปลกใหม่และวิจิตรตระการตา วิหารเรือซึ่งมีต้นแบบมาจากสำเภาทองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงาม

วิหารเรือเภตรานิพพานัง มีความกว้าง 8 เมตร ยาว 32 เมตร สูง 38 สื่อถึงความหมายประดุจว่าเป็นพาหนะในการนำพาพุทธศาสนิกชนข้ามวัฏสงสารไปสู่นิพพานด้วยการปฏิบัติธรรม ตัววิหารเป็นที่รวบรวมศิลปะหลายแขนง ทั้งงานปูนปั้นที่เป็นเลิศของเพชรบุรี โดยใช้ลายตามังกรแบบจีนเข้ามาผสมผสาน บานหน้าต่างเป็นงานแกะสลักไม้ตะเคียน รอบวิหารรายล้อมด้วยประติมากรรมปูนปั้นจากวรรณกรรมเรื่องสังข์ทอง ทั้งยังนำพวงมาลัยเรือ ใบพัด และเสากระโดง มาตกแต่ง ให้คล้ายกับเรือสำเภาจริง โดยสามารถขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของเรือ ซึ่งจะเป็นหอระฆัง สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ด้านบนโดยรอบบริเวณวัดได้ด้วยชมทิวทัศน์โดยรอบ

ภายในวิหารงดงามด้วยภาพเขียนลายรดน้ำลงรักปิดทอง ประดับอยู่ทั่วผนังวิหาร ชมความวิจิตรงดงาม ของพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม และพระอุปคุต ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ไม้สักขนาดความยาวสามห้อง ฝาไม้ประกนยกพื้นสูง เป็นลักษณะของวัดที่อยู่แถบชายทะเลเพราะหาวัสดุง่าย ทนทาน สามารถลอดโบสถ์มหาอุตม์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และแวะสักการะเงาะมหาลาภ ที่เชื่อกันว่า มีจินดา– มนต์ ทำอะไรก็จักสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายดีวันดีคืน แถมด้วยมีมนต์เสน่ห์ เป็นที่นิยมหลงใหล

มีคนไปด้วยก็อบอุ่นมากครับ
มีคนไปด้วยก็อบอุ่นมากครับ

13.30 น. สวนตาลลุงถนอม

ต้นตาล ถือได้ว่าเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของจังหวัดเพชบุรี ที่นิยมปลูกต้นตาลสำหรับทำน้ำตาลสดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนเป็นที่มาของ ขนมหวาน ที่นำผลผลิตจากน้ำตาลโตนดมาใช้ ในส่วนผสมทำให้รสชาติของขนมหวานเมืองเพชรมีความหอมหวานเป็นเอกลักษณ์จนมีชื่อเสียง แต่ถ้าพูดถึงสวนตาลที่สวยงามเรียงรายเป็นทิวบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีแปลญวนให้นั่งเล่น นอนเล่น ภายใต้ร่มเงาของต้นตาลสูงใหญ่ จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพสวย ต้องมาที่ สวนตาลลุงถนอม แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาตาลโตนด หรือกลุ่มอนุรักษ์และสืบสานตาลโตนด อีกทั้งลุงถนอมยังเป็นผู้บุกเบิกในการปลูกต้นตาล และเป็นวิทยากรเรื่องต้นตาลหนึ่งเดียวของจังหวัดเพชรบุรี

สวนตาล ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านลาดห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก แต่เส้นทางเข้าก่อนถึงสวนจะลึกลับซับซ้อน ผ่านหมู่บ้าน ถนนแคบซักหน่อยตามสไตล์ของถนนสายชนบท ขับรถตามเส้นทางของ google ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตกใจ เมื่อมาถึงจะมีถนนเล็กๆตัดเข้าไปยังสวนผ่านทิวแถวของต้นตาลที่เรียงรายกันอย่างสวยงาม จอดรถไว้บริเวณที่จอดรถ จากนั้นฟลุ๊ค ก็มาเดินเล่น ถ่ายภาพชมสวนได้ตามใจชอบ หรือจะแวะไปซื้อน้ำตาลสดตรงจุดขายของแล้วมาเดินจิบคล้ายร้อนไปด้วยก็ได้ ซื้อน้ำตาลสดที่สวน 1 ขวด มีบริการน้ำแข็งใส่แก้วให้ทานกันโดยไม่คิดเงินเพิ่ม

ต้นตาลที่แสนธรรมดาเมื่อนำมาปลูกเรียงกันเป็นทิวแถวจนลำต้นสูงใหญ่ กลายเป็นอุโมงค์ต้นตาลที่สวยงาม และมุมถ่ายภาพที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยไม่แพ้ซุ้มต้นไม้ที่ไหน ยิ่งมีลำแสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องผ่านลงมาตามช่องแสงด้วย ยิ่งเพิ่มความมีมิติและสวยเพิ่มขึ้น เดินเล่นถ่ายภาพ ฟังเสียงนก เสียงไม้ไปด้วย ผ่อนคลายและเพลิดเพลินใจไม่น้อย เหมือนมาเที่ยวบ้านญาติในต่างจังหวัด แล้วมาวิ่งเล่นกลางสวนประมาณนั้น หรือจะนั่งเล่น นอนเล่น ในแปลญวน ที่เรียงรายกันอยู่ใต้ต้นตาลได้อารมณ์บ้านทุ่งมาก นอนไกวแปลเพลินๆอาจเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ก่อนกลับอย่าลืมอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากต้นตาล ทั้ง ลูกตาลสด ขนมตาลโตนดเนื่อนุ่มหอม น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลสด ที่บอกเลยต้องลอง เพราะรสชาติอร่อยมาก หวานกำลังดีขวดละ 50 บาทเท่านั้น ปกติเป็นคนไม่ค่อยชอบทานน้ำตาลสดเท่าไหร่ แต่มาเจอน้ำตาลสดที่สวนตาลลุงถนอมไป ยอมเลย หอมอร่อย ถึงกับซื้อกลับบ้าน ไป 2 ขวด

สวนตาลลุงถนอม

พิกัด : ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เปิดให้เข้ามาชมสวนได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.30 น. – 18.00 น.
โทร. 032 440 355 และ 087 800 7716

14.30 น. นาตาชม

ร้านกาแฟกลางทุ่งนา ยังคงฮอตฮิตติกระแส ที่มีให้เห็นเกือบทุกจังหวัดไปซะแล้ว ไม่เว้นแต่จังหวัดเพชรบุรี ที่มีร้านกาแฟสไตล์บ้านทุ่ง ชื่อว่า นาตาชม คอฟฟี่ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนากว้างใหญ่ มีสะพานไม้ทอดยาวกลางทุ่งนา กระท่อมริมนาข้าวให้ได้นั่งพักผ่อน นอกจากมีวิวเป็นนาข้าวเขียวขจีแล้ว ยังมีต้นตาลซึ่งเป็นต้นไม้เอกลักษณ์ของเพชรบุรี เป็นฉากหลังมุมถ่ายภาพนกระยางสีขาวที่สามารถพบเห็นทั่วไปได้ตามทุ่งนา กลายเป็นเสน่ห์ของร้านกาแฟกลางทุ่งในแบบเพชรบุรีสไตล์

นาตาชม คอฟฟี่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเพชรบุรี ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีมาเล็กน้อย ร้านตั้งอยู่ริมถนนชนบทติดทุ่งนา เมื่อมาถึงสามารถจอดรถไว้บริเวณข้างล่างหรืออาจจอดริมถนน ซึ่งมีที่จอดรถไม่มาก ภายในร้านมีมุมถ่ายภาพที่สวยงามหลายจุด เริ่มตั้งแต่ป้ายชื่อร้าน และสะพานข้ามไปยังห้องน้ำ ที่ยกสูงขึ้นมาเหนือสะพานไม้กลางทุ่งนา มุมแปลชิงช้า และกระท่อมริมนา

พื้นที่ของตัวร้านในส่วนของห้องแอร์ ซึ่งเป็นเคาน์เตอรสั่งเครื่องดื่มและอาหาร มีที่นั่งประมาณ 5 โต๊ะ และมีพื้นที่นั่งด้านนอกแบบเคาน์เตอร์บาร์ มองเห็นวิวนาข้าว นอกจากนี้ยังมีที่นั่งแบบกระท่อมริมนา อีกประมาณ 3 หลัง สำหรับนั่งห้อยขา จิบกาแฟชิลๆ มองวิวนาข้าสและต้นตาลสูงใหญ่ ได้อารมณ์บ้านทุ่ง

เดินเล่นบนสะพานไม้ที่ทอดยาวกลางทุ่ง ระหว่างทางมีจุดถ่ายภาพน่ารักหลายจุด ทั้งป้ายบอกทาง หุ่นไล่กา และชอบที่สุด คือ มุมฝูงนกระยางจำลอง ที่ถ่ายภาพออกมาแล้วเหมือนนกกำลังโบยบินรอบตัวเรา

สุดทางของสะพานไม้มีกระท่อม และแปลญวณ มุมนี้น่าจะชิลล์สุดเพราะมองเห็นวิวแบบกว้างไกลแบบไม่มีอะไรมาบดบัง และคงไม่ค่อยว่างให้ได้เข้าไปถ่ายรูปเท่าไหร่ เพราะคนนั่งกันนานมาก เป็นอีกหนึ่งร้านสำหรับคนที่ชื่นชอบในบรรยากาศฟีลงธรมชาติและทุ่งนา ชอบมุมถ่ายภาพสวยๆ ต้องแวะมา

นาตาชม คอฟฟี่
บ้านทางหลวง พบ.4032 ต.ไร่ส้ม อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.
โทร. 090 636 2698
Facebook : นาตาชม คอฟฟี่

ที่นี้มีที่พักให้เล่นน้ำด้วยครับ
ที่นี้มีที่พักให้เล่นน้ำด้วยครับ

16.00 น. ไอติมสะท้านตับ

เที่ยวมาทั้งวันถึงเวลาต้องกลับ โดย ฟลุ๊ค เลือกใช้เส้นทางเดิม คือ บางตะบูน บ้านแหลม เพื่อแวะไปดับร้อน ให้รู้สึกสดชื่น โดยการทานของเย็น กันที่ ไอติมสะท้านตับ ร้านไอติมชื่อดังในย่านบ้านแหลม ร้านตั้งอยู่ริมถนนเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งประมาณ 10 โต๊ะ และที่นั่งแบบเพิงกระท่อม ขายทั้งอาหารคาวประเภทเมนูอาหารทะเลทั้งหลายแบบสดและราคาไม่แพง ซึ่งได้ยินเสียงคอนเฟริมมาว่าอร่อยไม่แพ้ไอติมเลยทีเดียว

ฟลุ๊ค เน้นมาทานไอติม ที่มีให้เลือกหลากรสประมาณเกือบ 20 รส ทั้งเปรี้ยว หวาน เชอร์เบส มีหมด เหมือนเลือกรสไอศครีมเซเวนเซ่น เสริฟพร้อมเครื่องเคียงของหวานและธัญพืชกว่า 20 ชนิด ที่มีทั้งเผือกกวน ข้าวโพด ถั่วเขียว เฉาก๊วย สลิ่ม ลอดช่อง พุทราจีน สับปะรด ลิสงคั่ว ลอดช่อง ลูกชิด วุ้นมะพร้าว ครองแครง วุ้นกรอบ ข้าวเหนียวมูล ขนมปัง โดยคิดแค่ราคาไอติมเพียงลูกละ 39 บาท 2 ลูก 49 บาท นอกจากนี้ยังมีชุดไอศครีมข้าวเหนียมะม่วงชุดละ 59 บาท สามารถเลือกไอศคีมได้ 2 รส ไอศครีมรสชาติอร่อย เป็นอีกหนึ่งร้านในย่านบ้านแหลมที่ต้องมาโดน ร้านเปิดขายทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. หยุดทุกันจันทร์ สอบถามข้อมูลได้ที่โทร 081-7051819

เที่ยวแบบเพชรบุรี สไตล์ อิ่มท้อง อิ่มบรรยกาศแบบธรรมชาติ ได้ถ่ายรูปสวย แบบนี้จะไม่ให้รีบออกมาจากบ้านได้อย่างไร

เที่ยวสงขลาเที่ยวอย่างไรให้สนุก กับฟลุ๊คเอง

สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองสองทะเลกันครับ
สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองสองทะเลกันครับ

สวัสดีครับทุกคน มาพบกับผมเช่นเดิม เกียรติศักดิ์ เจริญสุข วันนี้ผมจะขอพาทุกคนล่องใต้ไปเที่ยว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา กัน! สงขลาสำหรับผมแล้วเป็นเมืองที่ต้องมาเที่ยวสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มาไม่ถึง … เพราะมาหยุดอยู่แค่หาดใหญ่แล้วกลับ (อีกอย่าง “หาดใหญ่” คือ “อำเภอ” ไม่ใช่ จังหวัด) โดยตัวอำเภอเมืองสงขลาหรือผมจะเรียกสั้นๆ ว่าเมืองสงขลานั้นความจริงก็อยู่ใกล้ๆ อ.หาดใหญ่เลยใช้เวลาขับรถประมาณ 40 นาทีก็ถึง

เมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ อย่างแรกเลยคือเป็น เมืองสองทะเล เพราะมีภูมิประเทศที่ถูกขนาบข้างด้วยทะเลทั้งสองด้าน “ด้านขวาคือทะเลอ่าวไทย และด้านซ้ายคือทะเลสาบสงขลา” เมืองแห่งนี้จึงให้อารมณ์ราวกับเมืองพักตากอากาศสบายๆ ผู้คนไม่เร่งรีบและเป็นมิตร อีกหนึ่งเสน่ห์ก็คือ ความเป็นเมืองเก่า บรรยากาศคล้ายๆ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย หรือย่านเมืองเก่า จ.ภูเก็ต เพราะมีทั้งชาวไทย มุสลิม และจีนอาศัยอยู่ร่วมกัน เกิดการผสมกันของวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม สะท้อนผ่านตึกรามบ้านช่องที่สวยงาม ร่วมไปถึงอาหารการกินที่มีทั้งอาหารปักษ์ใต้แท้ อิสลาม และจีน สำหรับผมเมืองสงขลาเป็นเมืองเก่าติดทะเล บรรยากาศสโลว์ไลฟ ส่วน อ.หาดใหญ่ คือเมืองการค้าและธุรกิจที่ค่อนข้างเจริญแล้วมีห้างสรรพสินค้า โรงแรม รวมไปถึงสถานบันเทิงต่างๆ มาสงขลาทั้งทีผมอยากแนะนำให้ลองมาสัมผัสทั้ง 2 อำเภอครับ แล้วคุณจะรักสงขลามากขึ้น

วันนี้ผมขอเสนอ One day trip สำหรับเที่ยวเมืองสงขลา (หากมีเวลาสองวันก็แบ่งเป็นสองวันก็ได้) แค่ตามลายแทงผมด้านล่าง รับรองว่าไม่พลาดทุกไฮไลท์ที่ควรจะเก็บเมื่อมาเที่ยวเมืองสงขลา 1. สวนสองทะเล > 2. หาดสมิหรา > 3. ย่านเมืองเก่าสงขลา > 4. เขาตังกวน > 5. เกาะยอ

การเดินทาง จ.สงขลาสามารถเดินทางมาได้สะดวกทุกทางครับ ไม่ว่าจะรถไฟ รถทัวร์ และเครื่องบิน (รถไฟและเครื่องบิน จะต้องไปลงที่ อ.หาดใหญ่ แต่หากเป็นรถทัวร์สามารถเลือกลงที่ อ.เมืองสงขลาได้เลย) แต่แนะนำว่ามาเครื่องบินเถอะครับ เพราะราคาก็ไม่ได้แพงที่สำคัญประหยัดเวลาด้วย (รถทัวร์หรือรถไฟใช้เวลาราว 12 ซม.) หากมากันหลายคนแนะนำว่าให้เช่ารถครับ สะดวกสบายไปได้ตามใจอยาก หรือ จะใช้บริการรถสองแถวก็ได้เพราะสงขลาเป็นเมืองที่รถโดยสารที่ค่อนข้างครอบคลุม

ที่พัก เมืองสงขลา มีโรงแรมให่้เลือกเยอะอยู่ครับ ผมขอแนะนำสองโรงแรมนี้คือ B.P. Samilar Beach หรือ Pavilion Songkhla (โรงแรม BP Samilar Beach จุดเด่นคือที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับหาดสมิหลา ใกล้ๆกับรูปปั่นนางเงือกเลย ส่วนโรงแรม Pavilion Songkhla ไม่ติดทะเลแต่ก็อยู่ใจกลางเมืองสะดวกต่อการเที่ยวรอบเมือง ส่วนเรื่องสภาพห้องพัก บริการและอื่นๆ โนคอมเน้นท์ครับ ลองหาอ่านกันดูเองนะครับ)

ส่วนทริปนี้ผมเดินทางโดยเครื่องบิน ลงที่สนามบินหาดใหญ่และนั่งรถตรงสู่เมืองสงขลา ไม่ได้แวะหาดใหญ่ ระหว่างทางเราก็บังเอิญพบกับ มัสยิดกลางดีย์นุลอิสลาม ตั้งสูงตระหง่าสะดุดตาอยู่ข้างทาง เลยไม่พลาดโอกาสลงไปแซะรูป ตัวมัสยิดนั้นสร้างเสร็จเแล้ว แต่บริเวณด้านหน้าเหมือนกำลังปรับภูมิทัศน์อยู่ คาดว่าเมื่ิอเสร็จคงจะสวยงามและยิ่งใหญ่น่าดู (อยากจะชมมัสยิดแห่งนี้ต้องขับมาทางถนนสงขลา – หาดใหญ่ สายใหม่นะครับ)

เริ่มต้นเช้าแรกทริปเมืองสองทะเลของเราที่ สวนสองทะเล สวนสาธารณะริมทะเลบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่มานั่งปิคนิกรับลมชมวิว โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ ยามพระอาทิตย์ตก บรรยากาศจะดีมากเป็นพิเศษ และก็ตามชื่อเลยครับมาที่นี้สามารถเห็นได้ทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา แต่ไฮไลท์ก็ต้องยกให้ ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

สวนสองทะเล
สวนสองทะเล
ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ
ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

สวนสองทะเลยังมีศาลและอนุเสาวรีย์ “พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” หรือ ที่เรียกพระนามสั้นๆ ว่า “กรมหลวงชุมพร” องค์บิดาของทหารเรือไทย ผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงยังรับการเชิดชูให้เป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” หากมีโอกาสมาเยือน อย่าลืมแวะมาสักการะกรมหลวงชุมพรนะครับ บริเวณสวนสองทะเลยังมี “สงขลาอะควาเรี่ยม” รวมไปถึงร้านอาหารอีสานและอาหารทะเลราคาไม่แพงมากให้เลือกฝากท้องครับ

บอกลา สวนสองทะเล แล้วก็ไปต่อกันที่ หาดสมิหลา หาดคู่เมืองสงขลาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายด้วยประติมากรรมนางเงือกสุดโด่งดัง หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำเมืองสงขลา ที่ว่ากันว่าหากมาสงขลาแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปคู่กับนางเงือกก็เท่ากับยังมาไม่ถึง

หาดสมิหลานั้นไม่ได้มีน้ำทะเลสวยใสแต่อย่างใด แต่บรรยากาศค่อนข้างชิล เพราะมีแนวหาดชายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาและหาดทรายขาวละเอียด ที่นี้จึงเหมาะสำหรับมาเดินเล่น นั่งเล่น รับลมชมวิวทะเลยามเย็น จากบริเวณหาดชายก็สามารถมองเห็นเกาะหนู และเกาะแมวได้ชัดเจนครับ

ประติมากรรมนางเงือก สัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา
ประติมากรรมนางเงือก สัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา

ว่าไม่ได้ ที่นี้เขาก็มีม้าให้ขี่เล่นริมชายหาดครับ จากที่สังเกตุจะได้รับความนิยมจากเด็กๆ เป็นพิเศษ​

ชมความงามของหาดสมิหลาเสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าต่อมาที่นี้ ย่านเมืองเก่าสงขลา (บรรยากาศคล้ายกับย่านเมืองเก่าภูเก็ต แต่คนไม่พลุกพล่านเท่า) ย่านเมืองเก่าแห่งนี้จะมีถนนที่น่าเดินเที่ยวด้วยกัน 3 สาย คือ 1. ถนนนครนอก 2. ถนนนครใน 3. ถนนนางงาม ถนนทั้งสามสายอยู่ติดกัน สามารถเดินต่อกันได้ แนะนำว่าจอดรถแล้วไปเดินเล่นมั่วๆ เลย

เพื่อให้มันง่ายๆ และไม่ซับซ้อนผมขอแนะนำ “สิ่งที่ต้องทำ” เมื่อมาเที่ยวย่านเมืองเก่า ไว้ 3 อย่างคือ 1. เดินทอดน่องชมเมืองเก่า 2. ชมศิลปะแนวสตรีทอาร์ต 3. ชิมอาหารและขนมโบราณ​

1. เดินทอดน่องและเก็บรูปสวยๆ ของตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ถนนทั้งสามสายมีอะไรระหว่างทางให้เดินชมและถ่ายรูปได้เยอะแยะ โดยเฉพาะห้องแถวไม้โบราณสุดคลาสสิคสไตล์จีนฮกเกี้ยนและชิโนโปรตุกีสอายุเก่าแก่ที่ปะปนอยู่ทั้งสองฝากถนน บางหลังก็มีการปรับปรุงสภาพทาสีสวยงาม บางหลังก็สภาพผ่านร้อนผ่านหนาวมาหนักจริงๆ แต่ก็ต้อมยอมรับว่าบ้านช่องเก่าเหล่านี้ยังคงเสน่ห์ แม้กาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหน นอกจากนั้นที่นี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ อีก เช่่น ศาลเข้ากวนอู โรงสีโบราณ และโรงแรมนางงาม โรงแรมไม้เก่าแกประดับลายฉลุไม้สวยงาม

2. ชมศิลปะแนวสตรีทอาร์ต ย้อนอดีตเมืองสงขลา ส่วนตัวผมประทับใจมากกับไอเดียนี้ ลำดับแรกคือสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสชุมชนนี้ได้ สองคือการปลุกเรื่องราวในอดีตของชุมชนนี้ให้กลับมามีชีวิตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่สร้างสรรค์ สตรีทอาร์ต ตอนนี้มีทั้งหมดหลายจุดมากครับ โดยแต่ละแห่งสามารถเดินต่อกันได้ในระยะทางใกล้ๆ กัน

จุดแรกที่ต้องมาชมคือ ภาพวาดสีน้ำมัน ร้านน้ำชา ‘ฟุเจา’ ที่ถูกวาดลงบนฝนังอาคารเก่าแก่อายุ 96 ปี ตั้งอยู่บนถนนรามัญตัดถนนางงาม จำลองบรยากาศร้านน้ำชาชื่อ ฟุเจา ที่เคยเปิดในอาคารหลังนี้เมื่อในอดีต ภาพนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มารค์ ที่ใครมาก็ต้องมาตามหาเพื่อแชะรูปกับคุณลุงในภาพ

สตรีทอาร์ตแห่งที่สองซึ่งตัังอยู่ซอยตรงข้ามกับศาลกวนอู เป็นภาพวาดสีน้ำมันของ 2 สาวกำลังจ่องอะไรอยู่สักอย่างและมีแม่อยู่ใกล้ๆ ภาพนี้เหมือนคนยังไม่ค่อยรู้จัก (พยายามหาเรื่องราวแต่หาไม่เจอ)

ดูดีมาก
ดูดีมาก

ส่วนสตรีทอาร์ตแห่งที่ 3 ตั้งอยู่หน้า โรงสีข้าวโบราณ หรือ โรงสีแดง หรือที่ชาวสงขลาเรียกว่า “หับ โห้ หิ่น” ที่เรียกว่าโรงสีแดงเพราะเป็นอาคารสีแดงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันโรงสีแห่งนี้ได้ยุติกิจการแล้วและตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นท่าเรือสำหรับจอดหรือประมง

บริเวณหน้าโรงสีก็ยังมีสตรีทอาร์ตชุดคนแบกข้าวสารเพื่อเป็นระลึกถึงสถานที่แห่งนี้ โดยชุดคนแบกกระสอบป่านใส่ข้าวสารหุ่นแรก เป็นรูปเหมือนจากภาพเก่าของคุณลุงที่เคยแบกข้าวสารอยู่ที่โรงสีแดงในอดีต ส่วนหุ่นปั้นตัวที่สองเป็นการจำลองหน้าตามาจากรูปทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ในครั้งนั้นทหารญี่ป่นได้เข้ามายึดเมืองสงขลาและโรงสีแดง รวมถึงยึดข้าวสารทั้งหมด เพื่อลำเลียงแจกจ่ายเป็นเสบียงต่อทหารญี่ปุ่นจนหมดเกลี้ยง ก่อนที่จะปรับโรงสีแดงให้เป็นโรงเก็บเวชภัณฑ์ ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่แจกติ้ว ซึ่งเป็นไม้ไผ่แท่งยาวๆ เพื่อนับจำนวนกระสอบที่ผู้แบกทำได้เพื่อจ่ายค่าตอบแทน บริเวณในโรงสีก็สามารถเดินเข้าไปชมได้นะครับ ยังมีสิ่งของอุปกรณ์เก่าๆอยู่

3. ชิมอาหารอร่อยและขนมโบราณ​ อีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี้ คือการชิมอาหารและขนมอร่อย ทั้งไทย จีน และฝรั่ง ที่มีให้เลือกชิมตลอดแนวถนน โดยเฉพาะบนเส้นถนนนางงามมีหลายร้านอร่อยเลยครับ เช่น โจ๊กเกาะลอย ข้าวสตูร้านเกียดฟั่ง (สตูที่ทานพร้อมกับซาลาเปา) หรือ ก๋วยเตี้ยวหางหมู หากเป็นของหวานก็ขอแนะนำร้านไอศครีมยอดฮิตของชาวสงขาลนั้นก็คือร้านไอติมโอ่งและไอติมยิว ส่วนขนมโบราณก็เป็นอีกหนึ่งไอไลท์ ผมแนะนำร้าน สอง-แสน ครับ มาทีไรก็ต้องแวะมาซื้อขนมที่นี้ มีขนมโบราณๆ เยอะเลย เช่น สัมปันนี ขี้มอด ทอกเอก ข้าวฟ่างกวน คือมีร้านอาหารเยอะมาก ผมคงไม่สามารถลงรายละเอียดเรื่องที่ตั้งได้ แนะนำว่าเมื่อมาถึงก็เดินมั่วๆ เอา เพราะทุกอย่างมันกระจุกตัวอยู่ใกล้ๆ กัน เดินสำรวจสักรอบแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าอยากกินอะไร

จากนั้นช่วงเย็นๆ เราก็ขับรถย้อนกลับมาทางหาดสมิหลาเพื่อจะไปขึ้นเขาตังกวนกันครับ เขาลูกนี้ตั้งอยู่กลางเมืองสงขลา สามารถมองเห็นได้จากทุกหนแห่ง โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 105 เมตร แนะนำว่าหากมาสงขลาต้องหาโอกาสขึ้นไปเที่ยว เพราะจากจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองเห็นเมืองสงขลาได้แบบ 360 องศา เห็นทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา นอกจากนั้นบนยอดเขาแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานโบราณสถานสำคัญคือ พระเจดีย์หลวง พลับพลาที่ประทับ รัชกาลที่ 4 และประภาคารครับ การขึ้นเขาก็สะดวกสบายเพราะมีลิฟต์ให้บริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็ขึ้นถึงยอดเขาแล้วครับ

ข้างบนนี้แอบโรแมนติดมีให้คล้องกุญแจรักแบบที่เกาหลีด้วย อยากจะบอกว่าบนยอดเขานี้น้องลิงเยอะมาก ใครที่เป็นคนกลัวลิงอาจจะต้องผวาเพราะมีเยอะจริงๆ และแต่ละตัวก็ค่อนข้างจะซน

มุมนี้เป็นวิวของเมืองสงขลาและตรงกลางเป็นทะเลสาบสงขลา มาช่วงเย็นบรรยากาศค่อนข้างจะดี

มาถึงที่เที่ยวสุดท้ายของทริปนีี้ อันนี้ผมขอมาร์คไว้เป็นตัวเลือกเสริมสำหรับคนที่มีเวลามากกว่า 1 วัน เพราะที่นี้ต้องขับรถออกมาจากตัวเมืองไกลพอสมควร แต่มาแล้วรับรองว่าคุ้มเพราะวิวสวยนั้นก็คือ เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะสาบสงขลา โดยมีสะพานพานติณสูลานนท์เชื่อมสู่ฝั่งพื้นดินทั้งสองด้าน เดินทางสะดวกสบาย

บนเกาะไม่ได้มีชายหาดเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไหล่เขา หากมาเที่ยวเกาะยอผมขอแนะนำ 2 กิจกรรมคือ 1. กินอาหารทะเลอร่อยๆ เพราะบนเกาะมีร้านอาหารทะเลเยอะมากตั้งอยู่ริมเกาะ บางร้านสร้างยืนลงไปในทะเล ร้านโปรดผมคือ ร้านศิรดา 2. ไปเยี่ยมชม สถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งอยู่บนยอดเขาเกาะยอสามารถขับรถขึ้นไปได้ (ประมาณ 10 นาที)

มุมบนตึก
มุมบนตึก

สถาบันทักษิณคดีศึกษา อาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้แบ่งออกเป็น 4 อาคารโดยแต่ละอาคารจะแบ่งออกเป็นห้อง ๆ แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นเครื่องประดับศาตราวุธที่ใช้กันในภาคใต้ เช่นกริชมีดชายธงมีดหางไก่ แสดงผ้าทอพื้นเมืองเช่นผ้าทอพุมเรียงผ้าทอปัตตานีห้องแสดงกระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่างๆ ที่มีรูปแบบหาชมได้ยากห้องแสดงการละเล่นพื้นเมือง เช่น หนังตะลุงโนรา ลิเกป่า และห้องแสดงวิถีชีวิตชาวใต้

บนนี้ยังมีรูปปั้นมโนราห์ที่เบื้องหน้าเป็นวิวสวยๆ ของทะเลสาบสงขลาที่มีสะพานสะพานพานติณสูลานนท์ทอดผ่าน

ถ่ายจากหอชมวิวของสถาบันทักษิณคดีศึกษา ขึ้นมาหอชมวิวนี้ก็สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะยอได้ 360 องศาเช่นกัน

จบแล้วครับทริปเที่ยวเมืองสงขลาของผม
หากใครมีโอกาศลองแวะมาเที่ยวกับนะครับ 😀

เที่ยวเมืองกำแพงเพชร อย่างไรให้คุ้ม

วันนี้ผม เกียรติศักดิ์ เจริญสุข จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวเมืองกำแพงเพขรกันครับ ถ้าพูดถึงกำแพงเพชร คงไม่อยู่ในลิตส์จังหวัดปลายทางในการท่องเที่ยวของใครหลายๆคนเป็นแน่แท้ แต่ถ้าสายภูเขา สายแคมป์ปิ้งต้องรู้จักกำแพงเพชรแน่นอน เพราะยอดเขาโมโกจู สักครั้งนึงใครหลายคนอยากไปพิชิต ซึ่งการไปไม่ใช่เรื่องง่าย น่าจะจองยากสุดในประเทศแล้วมั้ง อีก1สถานที่ยอดฮิตในช่วงนี้ นั่นก็คือ ช่องเย็น ยิ่งวันหยุดคนไปกางกันจนเต็มพื้นที่ บ้างก็ไปรอตั้งแต่ตอนตี3 รอประตูเปิด 6 โมงเพื่อจะได้ไปกางเต็นท์ตรงช่องเย็น โอ้โห ขนาดนั้นเลย นี่คือเรื่องจริง เพราะเจ้าหน้าที่ตรงด่าน เป็นคนบอกกับเราเอง…

แต่ในรีวิวนี้ เราจะไม่ได้พาไปแค่ 2 สถานที่นี้ เราจะพาทุกคน ไปรู้จักเมืองกำแพงเพชร ให้มากขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว จังหวัดนี้น่าเที่ยวมากครับ ทริปนี้เราไป 2 วัน 1 คืน ในช่วงวันหยุด 23-25 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้แพลนอะไรมาก ผ่านตรงไหนก็แวะ แต่ปลายทางที่แน่ๆเลยก็คือ ช่องเย็น กับเก็บที่เที่ยวในเมือง ไปครับตามเรามากับ 5 จุดเช็คอิน กับสถานที่ฟินๆแห่งเมืองกำแพงเพชร

ที่แรกเราไปเช็คอินกันที่ ช่องเย็นกันก่อนเลยครับ ช่องเย็น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ฝั่งกำแพงเพชร โดยก่อนเข้าก็จะเสียค่าธรรมเนียมปกติ คนละ 40 บาท ด้านในมีจุดกางเต็นท์ หลักๆ คือที่ทำการ, ขุนน้ำเย็น , แก่งผานางคอย และช่องเย็น สำหรับคนที่ไม่ได้ไปพักค้างคืน สามารถไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้

จุดชมวิวกิ่วกระทิง จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า
จุดชมวิวกิ่วกระทิง จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

น้ำตกคลองลาน ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองลาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร มีความสวยงามเป็นลำดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้ ด้านในมีที่พักและลานกางเต็นท์ ด้านในน้ำตก สามารถเข้าไปดูน้ำตกได้ 2 ฝั่ง จะมีสะพานไม้ให้เดินเลาะไป

การเดินไปตามหินเปียกๆต้องระมัดระวังเลยนะครับ หินโคตรลื่น
การเดินไปตามหินเปียกๆต้องระมัดระวังเลยนะครับ หินโคตรลื่น

สายแลนด์สเคป อยากถ่ายน้ำตกฟุ้งๆ นี่ต้องเตียมผ้าเช็ดเลนส์ไปดีๆนะ ละอองน้ำฟุ้งกระจายไกลมาก ถ่ายค่อนข้างยาก ถ้าจะให้ดีถ้ามีเลนส์ซูมหรือเลนส์เทเล จะดีมาก วิวอีกฝั่งนึงจะสามารถเข้าไปใกล้ๆน้ำตกได้เลย ชอบมาก เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งนึงของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ถ่ายรูปกับน้ำตกซะหน่อย ตัวนี่แทบจะเปียกชุ่มไปทั้งตัว แต่ฟินมาก น้ำเย็น น่าเล่นสุดๆ

น้ำตกคลองน้ำไหล ห่างออกไปอีกไม่ไกล อีก1น้ำตกสวย ในอำเภอคลองลาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองลานเช่นกัน น้ำตกคลองน้ำไหล จะไม่สูงเท่าน้ำตกคลองลาน แล้วน้ำก็น้อยกว่า แต่จะกว้างและเป็นชั้นๆไล่ระดับ มากกว่า

น้ำน่าเล่นเลย
น้ำน่าเล่นเลย

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชรอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร 

แล้วเราก็ขับรถยิงยาวไปในตัวเมือง แวะมาไหว้ขอพรที่ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร อยู่ใกล้กับอุทยานประวัติศาสาตร์

เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ที่ได้ขึ้นเป็นเมืองมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร มีเนื้อที่ราวพันกว่าไร่

ด้านในก็จะมีโบราณสถาน วัดเก่าๆมากมาย ถ้าจะเที่ยวครบทุกจุดในอุทยานน่าจะใช้เวลาเป็นวัน
อย่างในภาพนี้จะเป็น วัดช้างรอบ จะเป็นวัดที่คนจะนิยมไปถ่ายรูปกันมากที่สุด

พื้นที่กว้างมาก สวยงามมากครับ
พื้นที่กว้างมาก สวยงามมากครับ

บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง 

พึ่งรู้ว่ากำแพงเพชรมีบ่อน้ำพุร้อนด้วย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเลย เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เหมาะกับการไปนั่งพักผ่อน อาบน้ำแร่ แช่ฝ่าเท้า ด้านในมีจุดถ่ายรูปสวยๆหลายจุดเลยครับ แล้วก็ที่เป็นไฮไลท์เลยก็จะมีเป็นห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว มีอยู่หลายห้องเลยครับ

บ่อแช่เท้าจะมีอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งที่ติดกับสระน้ำ กับฝั่งที่เป็นซุ้มที่นั่ง
บ่อแช่เท้าจะมีอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งที่ติดกับสระน้ำ กับฝั่งที่เป็นซุ้มที่นั่ง

เป็นยังไงกันบ้างครับ วันนี้ฟลุ๊คก็พาทุกคนไปเปิดโลก แล้วมาเจอกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ครับ ว่าผมจะพาทุกคนไปเที่ยวที่จังหวัดไหนกันต่อ

เที่ยวอ่างทองวันเดียว ให้คุ้มกับ #เกียรติศักดิ์ เจริญสุข

อ่างทอง จังหวัดเล็กไม่ไกลจากกรุงเทพเหมือนกับอยุธยาที่เราสามารถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไม่ยาก อ่างทองถือว่าเป็นเมืองที่มีมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญส่วนใหญ่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม โบราณสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาชาวบ้าน ไหว้พระเที่ยวอยุธยามาหลายครั้งลองชะแว่บมาเที่ยวจังหวัดนี้กันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

เที่ยวอ่างทองวันเดียว
เที่ยวอ่างทองวันเดียว

10.00 น. แวะวัดป่าโมก ขอพรพระนอนพูดได้

มาถึงอ่างทองต้องแวะวัดป่าโมกวรวิหาร อีกหนึ่งวัดขึ้นชื่อของจังหวัด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของประเทศไทย สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยสุโขทัยมีประวัติความ เป็นมาน่าอัศจรรย์ เล่าขานมาว่าได้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัดราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับองค์พระพุทธไสยาสน์ว่าเป็น พระพุทธรูปพูดได้โดยมีการจารึก โดยผู้บันทึกก็คือ พระครูปาโมกข์มุนี เจ้าอาวาสวัดป่าโมก พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีความเก่าแก่คู่กันมากับวัด มีขนาดใหญ่โตและงดงามมาก

เมื่อเราเข้ามาภายในพระวิหารจะรู้สึกได้ถึงความสงบ ร่มเย็น เป็นองค์พระนอนที่เรารุ้สึกว่ามีพระพักตร์งดงามมาก ดูมีความสุขเหมือนท่านยิ้มให้เราตลอด สำหรับการเดินทางมาที่วัดนี้ จากอำเภอเมืองอ่างทองไป 18 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 309 สายอ่างทอง-อยุธยา กิโลเมตรที่ 40 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 329 จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3501 จะเห็นป้ายทางไปวัดป่าโมก

11.00 น. เรียนรู้วิถีชีวิตชาววัง ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ

ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ตั้งอยู่บริเวณวัดท่าสุทธาวาส เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น ชั้นบนแสดงนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นล่างเป็นที่ทำการของกลุ่มปั้นตุ๊กตาชาววัง โครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จถือว่าเป็นสินค้าโอท๊อปที่สร้างชื่อเสียงให้กับอ่างทองมาช้านาน การเดินทางไปศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 309 จากจังหวัดอยุธยามุ่งหน้าสู่จังหวัดอ่างทองประมาณ 16 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่บ้าน บางเสด็จ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ อยู่ติดกับวัดท่าสุทธาวาส

ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตปั้นตุ๊กตาชาววัง เรียนรู้การปั้นตุ๊กตาด้วยดินเหนียวที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและ วัฒนธรรมประเพณีไทยต่าง ๆ เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ สุภาษิตคำพังเพยไทย หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารัก และรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยขายในราคาย่อมเยาว์มากค่ะ เริ่มที่ตัวละ 15 บาท เท่านั้น

นอกจากนี้ยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังที่สวยงาม โดยคุณป้าท่านนี้กำลังปั้นตุ๊กตาชุดฤาษีดัดตน ซึ่งมีคนสั่งทำ โดยคุณป้าต้องดูตัวอย่างจากหนังสือเพราะมีหลายท่ามาก กว่าจะไปได้แต่ละตัวก็ต้องใช้เวลาและฝีมิอที่ชำนาญ

อากาศดีมากเลยครับ
อากาศดีมากเลยครับ

13.30 น. วัดขุนอินทประมูล ไหว้พระนอนองค์ใหญ่อันดับ ของประเทศ

มาอ่างทองต้องไม่พลาดวัดขึ้นชื่ออีกหนึ่งแห่งนั้นคือ วัดขุนอินทประมูล เป็นวัดที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง ซึ่งนับเป็นพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวเป็นอันดับที่สอง รองจากพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จ. สมุทรปราการ

องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอน มีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไมสงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมา สักการะบูชา เช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

พระองค์ใหญ่มากๆ
พระองค์ใหญ่มากๆ

15.00 น. อัศจรรย์ โบสถ์ในต้นไม้ วัดสังกะต่าย

วัดสังกระต่าย สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอ่างทอง ตัวโบสถ์เก่าแก่มีต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ 4 ต้น รวมถึงปกคลุมภายในโบสถ์ด้วย คล้ายกลับโวสถ์ปกโพธิ์ ที่วัดบางกุ้ง โดยภายในโบสถ์มีทั้งหมด 3 ห้อง ภายในห้องแรกมีพระบูชา คือ หลวงพ่อแก่น เมื่อเข้ามาในห้องใหญ่มีพระประธานองค์ใหญ่ 1 องค์ คือ หลวงพ่อวันดี และอีก 2 องค์มีขนาดย่อม ลงมา คือ หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข

ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องว่างเปล่า ตัวโบสถ์ไม่มีหลังคาแต่ร่มรื่น เนื่องจากอาศัยร่มเงาของต้นโพธิ์ที่ปกคลุมจนเปรียบ เสมือนหลังคาไปแล้ว ส่วนผนังโบสถ์ก็อยู่ในสภาพที่เก่าแก่ ทรุดโทรม แตกหัก แต่คงสภาพอยู่ได้โดยไม่พังทลายลงมา เพราะได้รากต้นโพธิ์ ทั้ง 4 ต้น ที่ขึ้นอยู่ 4 มุม รากได้ชอนไชยึดผนังโบสถ์ไว้ทั้งหลังอย่างแน่นหนา

ต้นโพธิ์ที่ปกคลุมรอบตัวโบสถ์แลดูงดงามและอัศจรรย์ยิ่งนัก หลังมีเสียงร่ำลือถึงความสวยงามของโบสถ์แห่งนี้ ก็เริ่มมีผู้คนสนใจมาชมโบสถ์มากขึ้น กรมศิลปากรได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูล เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งใหม่อีกด้วยโดยมุ่งเน้นให้คงสภาพ เป็นโบราณสถานที่มีศิลปกรรมที่สวยงามตามธรรมชาติเอาไว้ วัดสังกระต่าย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอ่างทองประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ไม่ไกลจากวัดขุนอินทประมูล โดยเดินทางมาจากถนนสายเอเชีย แยกเข้า จ.อ่างทอง ด้านขวามือจะผ่าน โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ตรงไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานอ่างทอง) จะเจอสี่แยกไฟแดง ให้ตรงมาผ่านตลาด จากนั้นตรงไปเรื่อยๆ เจอสี่แยกไฟแดงแยกเรือนจำให้เลี้ยวขว ผ่านเรือนจำอ่างทอง ตรงไปด้าน ซ้ายมือเห็นปั๊มน้ำมัน ปทต.ให้ ยูเทิร์นกลับ จะพบป้ายวัดสังกระต่ายอยู่ซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเทศบาลตำบลศาลาแดง ประมาณ 500 เมตรก็ถึงวัดสังกระต่าย

น่าไปมากเลยครับที่นี้
น่าไปมากเลยครับที่นี้

16.00 ชมเจดีย์สีทอง ที่ วัดท่าอิฐ

สิ่งที่โดดเด่นของวัดท่าอิฐ ที่ทำให้เราต้องแวะมา คือ อยากมาชมเจดีย์สีทองอันงดงาม ของพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง ซึ่งมองเห็นมาแต่ไกลจากถนน สีทองอร่ามพระเจดีย์มีสองชั้นโดยชั้นที่ 2 ของเจดีย์มีพระพุทธชินราชเป็นองค์พระประธานประดิษฐานอยู่บนฐานยกสูงตรงกลาง การเดินทาง จากตัวเมืองอ่างทอง เลี้ยงขวาไปตามป้ายสุพรรณบุรีตามทางหลวงหมายเลข ไปตามทางหลวงหมายเลข 3064 กิโลเมตรที่ 7-8 อยู่ก่อนถึงวัดขุนอินทประมูล

สาเหตุของการสร้างพระธาตุเจดีย์เนื่องจาก พระครูสุคนธศีลคุณ(หลวงพ่อหอม) มีดำริจะสร้างเจดีย์ขึ้นในบริเวณวัด มีความกว้าง 40 เมตร สูง 73 เมตร รูปแบบศิลปะลังกา-อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ลักษณะเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีองค์ระฆังและปล้องไฉน 32 ปล้อง เพื่อทดแทนเจดีย์หลังเดิมที่ผุพังไปตามกาลเวลาและเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานในพระเจดีย์เป็นสมบัติของศาสนา ต่อมา พระคุณสุคนธศีลคุณได้ทราบอาการ พระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นช่วงที่กำลังเริ่มก่อสร้างเจดีย์ ด้วยความห่วงใยในพระองค์ท่านหลวงพ่อหอม ได้ตั้งสัจจาธิษฐานว่า ขอให้ในหลวงทรงหายจากอาการพระประชวร ถ้าเป็นไปดังสัจจาธิษฐาน จะสร้างเจดีย์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระองค์ท่าน และหลังจากเจดีย์สร้างเสร็จทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง”

17.30 อำลาแสงสุดท้าย ที่วัดม่วง

ก่อนกลับกรุงเทพในเส้นทางกลับเราผ่านไปยังวัดม่วง ตั้งอยู่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ เพื่อสักการะขอพรหลวงพ่อใหญ่ หรือ” พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” พระนามนี้หลวงพ่อเกษมตั้งใจสร้างองค์พระนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 คณะลูกศิษย์หลวงพ่อเกษม ได้พร้อมใจรวมพลังช่วยกันสร้างร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจนการก่อสร้างองค์พระได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 มีระยะเวลาการก่อสร้างรวมประมาณ 16 ปี

พระองค์ประธาน
พระองค์ประธาน

เที่ยวอย่างไรให้สนุก เที่ยวนครนายก 2 วัน 1 คืน กับฟลุ๊คเอง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมชื่อวันนี้ผม เกียรติศักดิ์ เจริญสุข ก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การเที่ยวนครนายก 2 วัน 1 คืน ของผมเมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรรมชาติ ปราศจากมลพิษ คำขวัญจังหวัดนครนายก เหนือก็เคยไปจะลงใต้ก็ไกลไปหน่อย มีเวลาน้อยแค่เสาร์-อาทิตย์ แต่อยากไปสัมผัสธรรมชาติเขียวๆ เล่นน้ำตก เข้าป่า ผจญภัย ไหว้พระ ชมวิว นั่งชิลคาเฟ่ พักผ่อนชาร์จแบตหลังโควิด นครนายกเป็นอีก1จังหวัด ที่พอตอบโจทย์เราได้ บอกเลยว่าทริปนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเยือนจังหวัดนครนายก ทริปนี้มีเวลาแค่2วัน1คืน เปิดพี่กูเกิ้ลเสริจหาที่เที่ยวนครนายก โอ้โห มายาวเป็นขบวน จะเที่ยวหมด2วัน คงไม่พอแน่ๆ เลยกลายเป็นทริปชิลๆ เก็บมาได้ 13 พิกัด

ทริปนี้ผมนั่งรถตู้ จากท่ารถตู้รังสิต มาลงที่เขื่อนขุนด่านครับ ค่ารถตู้ 100 ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. แล้วก็เช่ามอเตอร์ไซค์ขับ ค่าเช่าวันละ 300 บาท

ที่แรกผมแวะไปที่ สวนลุงเล็ก อยู่ใกล้กับเขื่อนขุนด่าน เป็นสถานที่เหมาะกับการไปปาตี้ชิลๆริมน้ำ นั่งทานอาหารบนแคร่ไม้ไผ่ เล่นน้ำ แช่น้ำ
แต่ถ้าใครมีเสื่อไปเอง ไปปูเสื่อเล่นน้ำฟรีครับ

บรยากาศดีมากเลย น่านั่งมากครับ
บรยากาศดีมากเลย น่านั่งมากครับ

นอกจากการไปเล่นน้ำ ทานอาหาร ก็จะมีกิจกรรมล่องแก่ง มีอาหารขาย อาหารตามสั่ง ไก่ย่าง ข้าวเหนียวส้มตำ มีที่พักด้วยนะเป็นบ้านหลังๆ
แล้วก็สามารถไปกางเต็นท์ได้ มีห้องน้ำ มีไฟฟ้า
พิกัด : https://goo.gl/maps/KQyhgPVpLxx3zBdy5

2.น้ำตกวังตะไคร้หรืออุทยานวังตะไคร้
พูดถึงนครนายก ต้องมีน้ำตกวังตะไคร้เป็นแลนมาร์คสำคัญ เป็นน้ำตกที่ทอดยาวผ่านโขดหินน้อยใหญ่ โอบล้อมด้วยภูเขา มีธารน้ำ 2 สาย
ซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตกแม่ปล้องและน้ำตกเหวกฐินไหลมาบรรจบกัน น้ำตกที่นี่ใส ไหลเย็น น่าเล่นมากครับ
รถยนต์สามารถขับเข้าไปถึงด้านในได้เลย แต่วันที่เราไปรถมอเตอร์ไซด์เค้าให้จอดด้านนอาจจะเดินไกลหน่อย

น้ำเย็นมาก อากาศดีจริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบอากาศเย็นๆ สบายครับ
น้ำเย็นมาก อากาศดีจริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบอากาศเย็นๆ สบายครับ

ด้านในจะมีพื้นที่ให้เล่นน้ำหลายจุด ตลอดทั้ง2ฝั่งเต็มไปด้วยร่มไม้
ไปที่นี่นอกจากได้เที่ยวน้ำตก ยังมีต้นไม้ใหญ่แล้วก็พืชพรรณนานาชนิดให้เราได้ดูได้เห็น ถือว่าน้ำตกที่นี่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยครับ เข้าไปรู้สึกถึงความเป็นป่า บรรยากาศน่าไปแคมป์ปิ้งริมลำธาร

เนื่องจากตัวน้ำตกถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้
ริมลำธาร จึงทำให้บรรยากาศร่มรื่นและเย็นสบาย ใครที่ชื่นชอบการเล่นน้ำตกบอกเลยว่าไม่ควรพลาด
-ด้านในมีอาหารขาย พวกข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ อาหารตามสั่ง อะไรประมาณนี้
-สามารถซื้ออาหารเข้าไปนั่งทานได้
-ปูเสื่อแคมป์ปิ้ง กินอาหารริมลำธารได้เลย
-มีห่วงยางให้เช่า
-มีล่องแก่งยางรถยนต์ระยะทาง2กม.
-สลิงโหนฟ้าท้าสายน้ำ กิจจกรรมแอดเวนเจอร์โหนสลิงข้ามลำธาร
-กิจกรรมสนามทดสอบกำลังใจ10ฐาน

ที่นี่มีบ้านพักด้วยนะ มีทั้งติดริมน้ำตก แล้วก็ในสวน มีที่พักทั้งแบบ2คนแล้วก็เป็นหมู่คณะ ส่วนใครที่ชื่นชอบการกางเต็นท์ก็จะมีเป็นจุดที่สามารถกางเต็นท์ได้ด้วย มีห้องน้ำให้บริการ
นอกจากน้ำตกวังตะไคร้ยังมีน้ำตกอีก2ที่ ที่น่าสนใจเปิดให้บริการแล้วเช่นก็คือ น้ำตกนางรอง แล้วก็น้ำตกสาริกา เสียดายตอนวันที่เราไปเค้ายังไม่ได้เปิดให้เที่ยว เลยไม่ได้เก็บภาพมาฝากกัน ใครไปช่วงนี้ก็ลองแวะไปเที่ยวกันดูครับ
พิกัด : https://goo.gl/maps/wDvHU1gvdGb1HE348

ชอบมากเลยฟิวนี้ ดีต่อใจจริงๆ
ชอบมากเลยฟิวนี้ ดีต่อใจจริงๆ

3. พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์
ตั้งอยู่กลางหุบเขา ทางไปน้ำตกสาริกา
เป็นสถานที่จำลองถึงเหตุการณ์วันที่ พระสงฆ์ 1250 รูปมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย โดยมีพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์อยู่ตรงกลางซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า วันนี้จะเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของเรานั่นเอง คือวันมาฆบูชา หรือวันจาตุรงคสันนิบาต

เราสามารถเข้าไปทำบุญตามปีเกิดได้ด้วย ลองเข้าไปดูความงดงามของประติมากรรมของที่นี่ สวยมากครับ
แนะนำสายถ่ายรูปควรไปตอนเช้าหรือตอนเย็นแสงจะสวย
พิกัด : https://goo.gl/maps/nydK51qNA2im5uSu7

ไหวพระ ขอพรกันครับ
ไหวพระ ขอพรกันครับ

4.วัดคีรีวัน
ที่เห็นสะดุดตาเลยก็คือจะมีปราสาทขอมโบราณที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากครับ

มีพระแก้วมรกตองค์จำลอง สร้างจากเรซิ่น ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนเนินเขา สามารถขับรถขึ้นไปได้

นอกจากนี้ก็จะมีรูปปูนปั้นเหล่าเทพทางจีนและพราหมณ์ แล้วก็เศียรพระพุทธรูป
พิกัด : https://goo.gl/maps/dPr3n9oso5X3HcHN6

มีพระแก้วมรกตองค์จำลอง สร้างจากเรซิ่น ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนเนินเขา สามารถขับรถขึ้นไปได้
มีพระแก้วมรกตองค์จำลอง สร้างจากเรซิ่น ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนเนินเขา สามารถขับรถขึ้นไปได้

5.ลับแลคาเฟ่นครนายก
คาเฟ่ลับๆที่พึ่งเปิดได้เพียง 3-4 เดือน อยู่ติดริมบ่อน้ำ ซึ่งเจ้าของขุดดินไปถมที่ จึงทำให้บ่อน้ำมีลักษณะเป็นแกรนแคนย่อน บริเวณรอบๆเป็นป่า
และพื้นที่สวน

เป็นคาเฟ่เล็กๆแต่น่ารักมากครับ ออกแนวสไตล์ลอฟท์ มีที่นั่งเอาท์ดอร์ชมวิวริมน้ำ ด้านบนมีดาดฟ้า มี บ่อน้ำ 2 บ่อ เป็นลักษณะคาเฟ่ริมแกรนแคนย่อน

เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ลับๆที่น่าไปมากครับ บรรยากาศเป็นป่าๆมีแกรนแคนย่อนด้วย อีกอย่างคนน้อยเหมาะกับการไปนั่งชิลล์
พิกัด : https://goo.gl/maps/sdyWeXb53FeJ24eF6

วิวดีมากที่นี้
วิวดีมากที่นี้

นครนายกก็มีดีไม่แพ้จังหวัดไหนนะ ผมไปเที่ยวครั้งแรกนะ ชอบเลย ไม่คิดว่านครนายกจะมีที่เที่ยวเยอะขนาดนี้ ที่ผมไปยังไม่ถึงครึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดเลยก็ว่าได้ อยากไปเก็บอีกหลายที่แต่ด้วยเวลาน้อยเกินไปหน่อย ถือว่าเป็นการเที่ยว 2 วัน 1 คืน ที่ครบรส ได้เที่ยวทั้งเขาทั้งน้ำตก ได้ไปเห็นธรรมชาติสีเขียวๆของเมืองใกล้กรุง ขับรถไปแค่1-2ชั่วโมงก็ไปเที่ยวได้ พาครอบครัวชวนเพื่อนไปเที่ยวเหมาะมากครับ สายแคมป์ปิ้ง สายผจญภัย หรือคนชอบขับรถเที่ยว หากเสาร์-อาทิตย์ยังไม่รู้จะไปไหนลองไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆอย่างนครนายกกันดูครับ

BY เกียรติศักดิ์ เจริญสุข

เที่ยวภูเก็ตอย่างไรให้คุ้มที่สุด เที่ยวอย่างหรู เงินอย่างเหลือ

บินไปภูเก็ตกับ AirAsia แบบฟินๆ พร้อมมาตรการป้องกัน Covid เต็มพิกัด เที่ยวช่วงนี้คุ้มสุด แค่แสดงบอร์ดดิ้งพาส ณ ร้านค้าหรือโรงแรมที่ร่วมรายการ รับส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย เที่ยวกับ #เกียรติศักดิ์ เจริญสุข [ฟลุ๊ค]

ทริปนี้บินไปภูเก็ตกับ AirAsia ข้อดีคือเที่ยวบินไปภูเก็ตมีค่อนข้างเยอะ อยากบินเช้าตระเวนเที่ยวให้หนำใจ หรืออยากบินสายๆ เที่ยว Slowlife ก็เลือกเองได้ แล้วที่สำคัญช่วงนี้เรียกได้ว่าอัดฉีดภูเก็ตสุดๆ ลด แลก แจก แถม กระตุ้นการท่องเที่ยวกันเต็มที่ มีบอร์ดดิ้งพาสของแอร์เอเชียอย่าเพิ่งทิ้ง แค่แสดงให้ร้านค้าหรือโรงแรมที่ร่วมรายการ รับส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมาย!!

จากสนามบินภูเก็ตใช้เวลาแค่ 40 นาทีก็จะถึง Three Monkeys Restaurant ร้านอาหารและคาเฟ่อันดับต้นๆ ด้วยความที่อยู่ในป่า บรรยากาศร่มรื่นได้ฟีลเหมือนอยู่ที่คาเฟ่ในบาหลี แถมกินอิ่มแล้วไปเล่น Hanuman World กันได้ต่อเลย

ตัวร้านอาหารและคาเฟ่ เค้าก็มีหลายโซนนะ สวยพอๆ กัน แต่โซนแรกจะเห็นวิวเมืองภูเก็ตเยอะสุด แต่คนก็เยอะสุดเช่นกัน ใครอยากมาถ่ายรูปคนน้อยๆ ควรมาตั้งแต่ช่วงเช้าเลย

ส่วนอาหารไฮไลท์ก็จะเป็นอาหารไทย ไม่ว่า ไก่ย่างวานร เป็นไก่หมักน้ำซอสสูตรต้นตำรับ ตำวานร ส้มตำหัวปลี ที่ใส่กะปิแบบฉบับส้มตำภูเก็ตแท้ๆ รสชาติใต้แท้ หรอยอย่างแรง นอกนั้นก็ยังมีอาหารนานาชาติ รวมไปเครื่องดื่มอีกหลายแบบให้สั่งกินกันจนพุงตึง

อร่อยมากๆเลยครับ
อร่อยมากๆเลยครับ

ใครเบื่อ Beach Bar หรือคาเฟ่มุ้งมิ้ง มาเที่ยวภูเก็ตแล้วอยากเสพธรรมชาติ หาร้านฟีลวันนึงฉันเดินเข้าป่าต้องมาร้านนี้ สุนทรีย์ Sunt(h)ree เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ย่านสามกองแต่ดูอบอุ่น แนวแคมป์ปิ้ง แถมว่างๆบาริสต้าจะมานั่งเล่นกีต้าร้องเพลงให้ฟังไปอีก

อากาศที่นี้ดีมากๆ เลย
อากาศที่นี้ดีมากๆ เลย

กาแฟไม่แพง เจ้าของร้านยืนดริปกันแก้วต่อแก้ว วัยรุ่นเยอะประมาณนึง ยุง-แมลงมีบ้างแต่ว่าเจ้าของร้านมีสเปรย์ฉีดให้ บรรยากาศออกป่าหน่อย ดูเรียบง่ายแต่รู้สึกสบาย มีมุมถ่ายรูปเยอะอยู่นะ มุมชานบ้าน-ชิงช้าน่ารักดี เหมือนอยู่แม่กำปอง

สุนทรีย์ Sunt(h)ree

เวลาเปิด-ปิด : 09.00–17.00 น.

โทรศัพท์ : 096-990-6097

Maps : https://goo.gl/maps/mUCetk1Bvd1fHhEt8

ย้ายมากันแถวราไวย์กันบ้างกับ Hom•mes by Good Cafe Phuket ได้ยินชื่อก็รู้ว่าขนมอร่อยแน่นอน การันตีจากชื่อ Good Cafe บรรยากาศก็จะขาวๆ คลีนๆ มีต้นกระบองเพชร มีสวนเล็กๆ มินิมอลหน่อย ตอนไปนี่เค้ากำลังต่อเติมทำโซน Poolside Cafe อยู่ คือดัดแปลงเอา Pool Villa มาเพิ่มความ Cozy ไปอีก

ขนมเค้กดีงามมาก ได้ลองเค้กลองช่อง กับเค้กหม้อแกงแล้วเด็ดมากจ้า อร่อยเลยนะ ขนมร้านนี้เค้าก็เริ่มต้นแค่ 20 บาท มีตั้งแต่โดนัทเสียบไม้ยันเค้ก เครื่องดื่มเริ่มต้นที่แก้วละ 40 บาท ตัวร้านอยู่ย่านห้าแยกฉลอง ถ้ามาจากในเมือง มุ่งหน้าไปทางราไวย์ พอขึ้นจากอุโมงค์ห้าแยก เลี้ยวขวาเข้าซอยสุขสันต์ 1 ไปประมาณ 800 เมตร ร้านจะอยู่หน้า Tamarind Villa Phuket

Hom•mes by Good Cafe Phuket

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 08.00–17.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 08.00–18.00 น.

โทรศัพท์ : 063-535-6533

Maps : https://g.page/hommescafephuket?share

Hom•mes by Good Cafe Phuket ได้ยินชื่อก็รู้ว่าขนมอร่อยแน่นอน
Hom•mes by Good Cafe Phuket ได้ยินชื่อก็รู้ว่าขนมอร่อยแน่นอน

ทริปนี้เลือกนอนกันใจกลางเมืองภูเก็ตกับที่พักสุดชิค ที่ Blu Monkey Hub and Hotel Phuket แม้ไม่ได้ติดทะเล แต่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมาก ราคาห้องเริ่มต้นแค่พันกว่า สามารถเดินเล่นโซนเมืองเก่าได้สบายๆ

ดีไซน์ห้องก็เท่ๆ เน้นสีขาวดำ มี Amenities ครบ หรือตู้เซฟ ไดรฟ์เป่าผม ทีวี ที่วางกระเป๋า เตียงนุ่มๆ มีหมอนให้ 2 ใบ นอนได้สบายๆ ห้องน้ำมี ฝักบัวแยกโซนเปียกแห้ง มีชักโครก มีสายฉีดชำระ บางห้องมีอ่างแช่น้ำด้วยจ้า

ส่วนด้านล่างก็จะเป็น Co-Working Space ก็มานั่งเล่นได้ มีพวกน้ำเปล่า ชา กาแฟ ผลไม้ ให้มีโซนที่นั่งอ่านหนังสือ ที่เป็นกระจกกลมๆ หรือใครอยากนั่งชิวด้านนอกก็มีสระว่ายน้ำขนาดย่อมๆ ได้เล่นกันด้วยจ้า

Blu Monkey Hub and Hotel Phuket ดูดีมาก
Blu Monkey Hub and Hotel Phuket ดูดีมาก

นอกจากมีโรงแรมแล้ว เค้ามีร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยด้วยเพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดกับ ก๋วยเตี๋ยวมิตรสราญรมย์ ภูเก็ต Blu Monkey Hotels x Ms.Saranrom Noodle Cafe มีทั้งหมี่สาหร่าย หมี่ฮุ้น หมี่ฮกเกี้ยน หมี่สั้ว แต่วันนี้ป้าลองหมี่สาหร่าย เส้นสีเขียวนิดๆ หนุบหนับ น้ำซุปปรุงมาแล้วอร่อยแบบไม่ต้องปรุงเลย หมูเด้งแผ่นใหญ่มากแกร ที่สำคัญคือโรยกากหมู กระเทียมเจียวเพียบบ ส่วนเกี๊ยวหมูไส้เต็มๆ กินคู่กับน้ำอ้อยฟินสุดจ้า

จอง Blu Monkey Hub and Hotel Phuket ช่วงนี้แบบคุ้มๆ อย่าลืมจองผ่าน www.hotels.com กรอกโปรโมชั่นโค้ด : airasia ลดเลย 15% (ตั้งแต่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. 2563)

Blu Monkey Hub and Hotel Phuket

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00–16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Google Maps : https://goo.gl/maps/a1NfF5gAVC8qLfsJ7

อร่อยถูกคอมากครับ
อร่อยถูกคอมากครับ

เป็นยังไงบ้างเปลี่ยนความคิดไปเลยมั้ย ช่วง Green Season ที่ใครๆ บอกว่าหน้า Low แต่สำหรับป้าหน้านี้มันคือ Low Budget เที่ยวเก่งเก็บครบทุกแลนด์มาร์คในราคาสุดคุ้ม ยิ่งตอนนี้ภูเก็ตลดกันแทบจะเกือบทั้งเกาะไม่ว่า สายการบิน โรงแรม ที่เที่ยวต่างพร้อมใจกันให้ส่วนลด สามารถเอาเงินที่เหลือมาออกแบบทริปได้ใช้ชีวิตอย่างราชาในราคาประหยัด เที่ยวอย่างหรูเงินอย่างเหลือ และที่สำคัญยังเป็นการไทยเที่ยวไทย ช่วยคนไทยให้ผ่านวิกฤตนี้ได้ไปด้วยกัน ตัดสินใจได้แล้วอย่ารอช้ารีบชวนเพื่อนจองตั๋วบินไปฟินกันที่ภูเก็ตกับ AirAsia กันเลยจ้า

บินตรงสู่ภูเก็ตกับ AirAsia เริ่ม 843 บาท

ราคาสมาชิก Big : เริ่มต้น 800 บาท

จองเลย : https://air.asia/amwcL

ดูรายชื่อร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ที่ร่วมรายการ : https://bit.ly/3jwPmPt

BY #เกียรติศักดิ์ เจริญสุข #ฟลุ๊ค